| |
บันทึกประสบการณ์นักเรียนทุน MJES รุ่นที่ 4
จากน้อง ณิชารีย์ หอมจันทร์ (น้องจอย)
ประจำเดือน พฤษภาคม 2552 |
| |
สวัสดีทุกๆ คนคะ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนเลย ชื่อ ณิชารีย์ หอมจันทร์ ชื่อเล่นชื่อ จอย คะ
จอยเป็นนักเรียนของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พหุภาษาฯ คะ ปีนี้จอยได้รับทุน
ของ Mainichi ในโครงการ MJES รุ่นที่ 4 และจอยได้ไปศึกษาและแลกเปลี่ยนที่โรงเรียน Meisei High School เซนได จังหวัด มิยากิ คะ
|
| |
เริ่มจากตอนแรกที่มาสอบทุนนี้เพราะว่า มีความสนใจด้านภาษาญี่ปุ่น และอยากเรียนวัฒนธรรม กับเจ้าของภาษา จึงปรึกษากับครอบครัว ขอลองมาสอบดู พอประกาศผลว่าได้ ก็ตื่นเต้นมากๆ แต่ลึกๆ
ก็แอบกังวลกลัวว่าจะพลาดโอกาสอะไรไปบ้าง แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจร่วมโครงการนี้ เพราะคิดว่า อยากไปเรียนภาษา อยากไปเรียนรู้จักอะไรใหม่ๆ ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด และก็ไปเผยแพร่วัฒนธรรมของไทยเราด้วยคะ การเตรียมตัวสื่งทีสำคัญคือการเตรียมใจ เตรียมความพร้อมทางด้านร่างกาย และภาษา พยายามเรียนภาษาให้มากๆ ก่อนเดินทาง เรียนฟังกับพูดให้เยอะๆ เพราะคนญี่ปุ่นพูดเร็วมาก ส่วนคันจิจำก็จำคำที่จะได้ใช้บ่อยๆ เพราะว่าบางทีภาษาอังกฤษ แทบจะไม่ช่วยเลย อย่างที่เซนได ป้ายอะไรต่างๆ ไม่มีภาษาอังกฤษเลย จอยต้องอาศัยจำเอา ก็สนุกดีคะ พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ขอแนะนำคนที่จะมาเที่ยวที่เซนไดนะคะว่าให้พยายามพูดด้วยภาษาญี่ปุ่นนะคะ ไม่แนะนำให้พูดภาษาอังกฤษเพราะถ้าคนญี่ปุ่น เขาไม่มั่นใจว่าภาษาอังกฤษเขาดีพอเขาจะไม่พูดกับเราเลย นอกจากว่าเราจะไม่สามารถหาคำมาอธิบายได้จริงๆ ค่อยใช้ อาจจะลำบากหน่อยในตอนแรก แต่ก็ดีในแง่ที่ว่า เราจะได้ภาษาเร็วขึ้นคะ |
| |
วันที่ออกจากสนามบินรู้สึกตัวเองประหม่าไปหมดกลัวนิดๆ กับสิ่งที่ต้องเผชิญข้างหน้าในอีกไม่กี่ชั่วโมง ในวันนั้นเกือบทุกคนคงจะรู้สึกคล้ายๆกันคือไม่อยากเเยกไปคนเดียวเลยไม่กี่ชัวโมงถัดมาพวกเราก็ถึงประเทศญี่ปุ่น ประเทศซึ่งได้ชื่อว่า “เเดนอาทิตย์อุทัย” เช้าวันเเรกที่ญี่ปุ่น ความรู้สึกเเรกหลังจากลงมาจากเครื่องบินคือ หนาวจังเลย หนาวขนาดที่ใส่เสื้อ3ชั้นเเล้วลงยังเเทรกเข้า่ไปได้ง่ายๆเลยทีเดียว เเล้วพวกเราก็นั่งรสบัสไปลงที่สำนักงานของ YESI เพื่อรอพบโฮสฯ เนื่องจากต้องใช้เวลานานพอสมควรทางYRSIเลยพาไปดูโรงเรียนสอนภาษาที่ต้องไปเรียนเป็นเวลา 2 อาทิตย์ก่อนโรงเรียนจะเปิดจริง หลังจากนั้นก็ได้พบโฮสค่ะ โฮสเเรกของโนริอยู่ที่ ASAKUSA ตอนที่อยู่ที่นี่ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรค่ะ ที่บ้านนี้ไม่มีลูก โนริ เลยเหมือนเป็นลูกเเท้ๆของเขาไปเลย ในช่วงนี้ภาษาญี่ปุ่นยังไม่ค่อยจะเเข็งเเรงนัก เลยต้องพูดญี่ปุ่นปนอังกฤษซะส่วนใหญ่ |
| |
|
| |
ที่โรงเรียน จอยก็ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนคนเดียวในโรงเรียนเลย เพื่อนๆ และอาจารย์ทุกท่านน่ารักมาก คอยช่วยเหลือตลอดในทุกๆ เรื่อง จอยได้มีโอกาสเข้าเรียนในคอร์ส Design Art ด้วยคะ ได้เรียนเหมือนนักเรียนญี่ปุ่นทุกวิชาเลย วิชาเฉพาะคอร์ส ก็จะเป็นพวกศิลปะสาขาต่างๆ เช่น Interior, Dress Making, Clothes Design, Computer Graphic และวิชาอื่นๆค่ะ ขอบอกว่าสนุกมาก เป็นวิชาที่ไม่เคยเรียนมาก่อนเลย ไม่คิดว่าจะได้มาเรียนด้านนี้อย่างจริงจัง ที่โรงเรียน จอยได้สอนภาษาไทยให้เพื่อนๆซึ่งเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจภาษาไทยมาก ไปนั่งหาตารางพยัญชนะไทยมา แล้วสะกดเขียนชื่อตัวเองมาให้จอยสอนวิธีการเขียนตัวหนังสือไทย จอยดีใจมากเลยที่มีคนสนใจภาษาไทย แล้วจอยก็ยังได้สอนเขาเล่นกีฬาไทยๆ ของเราด้วย นั่นก็คือ ตะกร้อ คะ เพื่อนๆ ตื่นเต้นมาก บอกว่าไม่เคยเห็นมาก่อนเลยสนุกสนานกัน นอกเหนือจากวิชาในห้องเรียนแล้ว ที่โรงเรียนของจอยยังมีชมรมต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายให้เลือกเข้า จอยก็เลือก Kyudo คะ เป็นชมรมยิงธนูญี่ปุ่น เป็นอะไรที่แบบญี่ปุ่นแท้ๆ เลย สนุกแต่ซ้อมกันเอาเป็นเอาตายมาก เหมือนไม่ยากแต่ขอบอกว่า หินสุดๆคะ ก็จะหยิบจะจับอะไรก็เป็นพิธีหมด ห้ามทำเป็นเล่น เป็นของมีครูอะไรทำนองนั้น |
| |
ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตกับครอบครัว ก็ต้องมีการปรับตัว ที่บ้านมีกฏอะไร มีข้อปฏิบัติอะไร ต้องเรียนรู้และปฏิบัติตามให้ได้ เวลาอยู่บ้าน การปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัวก็สำคัญไม่แพ้กันคะ ถ้าเขาไม่คิดว่าเราเป็นแขก แต่เป็นสมาชิกในบ้านคนหนึ่ง เวลาที่มีอะไร ก็จะสามารถพูดกันได้อย่างตรงไปตรงมา จะได้อยู่ด้วยกันแบบสบายใจ เราก็ช่วยงานแบ่งเบาภาระให้เขาบ้างอะไรบ้าง จอยโชคดีค่ะ ที่ได้โฮสดี เขาดูแลจอยแบบลูกเขาคนหนึ่งเลย พาไปเที่ยว พาไปทำกิจกรรมข้างนอกบ้านบ้าง เวลาอยู่ที่บ้านก็แบ่งเวลา มีกิจกรรมทำร่วมกันบ้าง ก็มีความสุขดีคะ ไม่มีปัญหาอะไรเลย |
| |
|
| |
การเดินทางไปโรงเรียน ก็โชคดีอีก คือไม่ต้องเสียค่าเดินทาง เพราะว่าบ้านอยู่ในเส้นทางที่รถโรงเรียนผ่าน ก็เลยได้นั่งรถโรงเรียนไปโรงเรียนทุกเช้า ตอนเย็นวันไหนที่มีเข้าคลับก็กลับพร้อมกับอาจารย์คนที่คอยดูแลจอยมาตั้งแต่ย้ายบ้านมาที่เซนได อาจารย์น่ารักมาก คอยดูแลตลอด... |
| |
ตอนนี้ก็ผ่านไป 2 เดือนกว่าๆ ย่างเข้าเดือนที่ 3 แล้ว อะไรก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น หลังจากนี้ต่อไปอีก 8 เดือน จอยก็จะพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เรียนภาษา จะทำทุกอย่างให้เต็มที่และดีที่สุดค่ะ |
| |
|
| |
น้องจอย
MJES #4 |
|
| |
|
|